-4-

 

                เวลาของการสนทนาถูกยืดเยื้อต่อไปหลังจากที่องค์ประชุมการนัดหมายของวันมากันครบ ภายใต้แสงจันทร์นวลอ่อนราวกับโคมไฟที่ถูกประดับไว้กับท้องฟ้า  บรรยากาศยามค่ำคืนนี้คงเป็นใจให้ท้องฟ้าในคืนนี้เต็มไปดาว  เสียงพูดคุยสนุกสนานยังคงมีอยู่ในบริเวณนี้  ประตูกระจกบริเวณหลังร้านถูกเปิดออก  ทุกคนในวงสนทนากลับหันมามองเป็นสายตาเดียวกัน  ในเมื่อองค์ประชุมในที่นี้ครบแล้วจะเหลือใครอีกล่ะที่มา เว้นแต่  ชายร่างสูงที่เดินเข้ามา หญิงสาวเจ้าของบ้านจึงรู้ทันทีว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอที่อยู่บ้านข้าง ๆ  รอยยิ้มของชายหนุ่มถูกส่งไปให้ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นเป็นเหมือนดั่งการทักทายของคนเพิ่งพบหน้ากันครั้งแรก

 

“อ้าวน่าน เพิ่งเลิกงานหรอ  “

หญิงสาวเจ้าของบ้านถามลูกพี่ลูกน้องของเธอ

“ครับผม” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับเดินมาหาชายหนุ่มหน้าหวานที่ตอนนี้ตาสายตาของเขาค่อย ๆ หลี่ลงด้วยความง่วง ชายหนุ่มหน้าหวานผมยาวยิ้มให้เขา ทั้งสองเพิ่งพบกันหลังจากที่เขาเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี้

น่านเดินอ้อมไปข้างหลังธาร และตัวเขาเองก็สังเกตได้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเขาอยู่ต้องแต่แรกที่เขาเข้ามา แม้กระทั่งตอนนี้สายตาคู่นั้นก็ไม่ละสายตาไปจากเขา  น่านหันไปยิ้มให้บุษดีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ธาร

“น่านมาก็ดีแล้ว  มาได้จังหวะพอดีเลย“

น้ำชาเอ่ยขึ้นกับน่าน  จนชวนให้ชายหนุ่มเกิดความสงสัย

“เรื่องอะไรครับพี่ “

 “ใครอะ ๆ ”

เสียงกระซิบ เบา ๆ แทรกมาระหว่างที่น้ำชากำลังคุยกับน่าน  หญิงสาวที่อยู่ข้าง ๆ น่านพูดขึ้นพร้อมกับ ทำท่าชี้ไปทางน่าน

“อ๋อน่านน่ะ น่านนี้เพื่อนพี่เอง บุษกับเมย์  “

น้ำชาพูดแนะนำคนสองคน ให้น่านรู้จักโดยเฉพาะคนที่อยากทำความรู้จักกับเขามากที่สุด  ตอนนี้นั้นกำลังส่งยิ้มหวาน ๆ ให้ชายหนุ่มร่างสูง พร้อมกับสายตาที่หวานหยาดเย้ม

 

“พอเหอะเพื่อน  น้องเขารู้แล้วว่าแกชอบ”

เสียงของเมศิณีพูดแกมเอือมกึ่งท่าทีแกล้งพูดกับบุษดี

“โดยเฉพาะ  ธารด้วยพี่มีข่าวดีจะบอกน่ะ”

เสียงของน้ำชาพูดด้วยความตื่นเต้น

“เรื่องอะไรหรอครับ”

ชายหนุ่มทั้งสองถามกลับพร้อมกันทันทีเมื่อได้ยินว่ามีข่าวดี

“แหมใจตรงกันเลยนะทั้งสองคน”

น้ำชาพูดพร้อมอมยิ้มน้อย ๆ

“ก็ทางบริษัทที่แม่พี่เป็นเจ้าของร่วมกับเพื่อนน่ะน่าน และเขาก็มีการจัดสัมมนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยนะธาร”

หญิงสาวพูดอธิบายให้ชายหนุ่มสองคนฟัง

“และธารต้องไปด้วยนะ”

“ผมหรอ”

“ใช่เพราะธารต้องไปช่วยบริษัทในการเปิดตัวสินค้าตัวใหม่  งานนี้พ่อธารก็ไปนะ”

“พ่อหรอ  พ่อผมไปด้วยจริงหรอคับ” 

“ชายหนุ่มผู้พร้อมท่าทางดีใจ “

“แล้วก็บาริสต้าชื่อดังเขาก็เชิญให้ไปกันเยอะนะ  แม่พี่ฝากบอกมาน่ะ”

“ท่างั้นนผมก็ได้เจอเพื่อนใช่ไหมครับ ดีจังแบบนิ้”

ชายหนุ่มพูดพร้อมกับอมยิ้มน้อย ๆ  

“แล้วที่ ๆ เราจะไปกันติดทะเลนะ  และเราจะไปพักที่รีสอร์ตของน่านด้วย”

น้ำชาพูดพร้อมกับหันไปยิ้มกับน่าน 

“ดีสิผมก็ยังไม่ได้ไปดูแลเลยช่วงสองเดือนที่ผ่านมา  งานยุ่งตลอด” 

“แล้วน่านว่างไหมล่ะ”

“รู้สึกว่าผมจะว่างพอดีเลยนะ  ขอเคลียร์คิวก่อน”

“น้องพูดเหมือนเป็นดาราเลยนะค่ะ” 

บุษดีพูดแซว  อาจป็นการเรียกร้องความสนใจของเธอก็ว่าได้

“ก็ไม่เชิงครับ ฮ่ะ ๆ “

ชายหนุ่มพูดกลับสั้น ๆ พร้อมกับยิ้มให้  เขาจะรู้รึเปล่าว่ายิ้มของเขาทำเอาเธอคนนี้หัวใจละลายแล้ว

“เจ๊  แล้วโจ้อ่ะ  โดนทิ้งหรอ โจ้ไม่เอานะพาไปด้วยนะ ๆ “

เสียงชายที่นั่งข้าง ๆ ของนภัสสร ทำเสียงราวกับเด็ก เพื่อเรียกร้องความสนใจ

“ขอโทษนะย่ะ งานนี้มันไม่เหมาะกับคนอย่างแกหรอกนะ”

“หยุดเลยยัยแม่ค้า  ทำเหมือนเธอไปกับเขาด้วยนั้นแหละ”

“โฮะ ๆ ๆ ๆ  แน่นอนย่ะ  อย่าลืมสิว่าชั้นเป็นเลขาของลูกเจ้าของบริษัทเลยนะ”

“ชิส์”

เสียงพูดที่หลุดออกมาสั้น ๆ ของชายหนุ่มด้วยความหมั่นไส้  คำพูดของยัยแม่ค้าตัวดีสายตาอวดดีของบุษดีมันทำให้เขารู้สึกหมั่นไส้เป็นสองเท่า

“แล้วน่านมาหา..”

“ใช่ครับ  มาหาธาร  น่านตอบโจ้ทันที”

“อ้าวคิดว่ามาหาน้ำชา”

“มาหาผมหรอ  มีไรหรอ “

ธารเงยหน้ามองร่างสูงที่อยู่ข้างหลัง

“ก็อยากให้นายไปร้องเพลงนึงให้น่ะ”

“ผมนี่อะนะ”

“ใช่ เมื่อก่อนนายฮอทมากนะตอนอยู่มัธยมสาว ๆ งี้กรี๊ดนายเป็นแถวเลย”

“ไปเถอะธาร ไ ปพักบ้าง ที่นี้ก็มีแต่พวกพี่นั่งเม้าท์กันน่าเบื่อออก”

น้ำชาบอกกับธาร  ก่อนที่ธารจะลุกขึ้นแล้วจึงเดินออกไป  โดยที่สายตาของน้ำชายังคงมองสองคนนี้ไปเรื่อย ๆ จนไปถึงประตู

“น้ำชา ๆ “

เสียงเมศิณีเรียกน้ำชาพร้อมกับเปล่งเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ

“จ๋า  ว่าไง “

“ก็เห็นแกมองสองคนนั้นไม่ทิ้งสายตา  ฉันว่าแปลก ๆน่ะ”

“มะไม่มีอะไรหรอก”

“เจ๊สองคนนี้เขาเป็นเพื่อนกันหรอ”

ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย

“อืมตั้งแต่สมัยมัธยมแระ”

“อ้าวแล้วทำไมเขาจำกันไม่ได้ละ”

“สงสัยเพราะธารผมยาวมั้ง”

“แล้วทำไมธารจำน่านไม่ได้ละ”

“ก็ธารเขา..เอ่อ”

น้ำชาหยุดพูด  ก่อนที่จะพูกต่อไป

“เกิดอุบัติเหตุรถชนน่ะ  ความจำบางส่วนก็เลยหายไป”

“อ้าวแล้วน่านไม่รู้เรื่องเลยหรอว่าเพื่อนเกิดอุบัติเหตุอะเจ๊”

 

“เห้ยแก จะรู้มากไปทำไมว่ะ “

 

เสียงเมศิณีพูดเชิงโวยอัตรทรัพย์  เมื่อเห็นชายหนุ่มถามคำถามหญิงสาวโดยที่เมศิณีเองก็รู้สึกได้ว่าสีหน้าของหญิงสาวไปยากพูดถึงเรื่องที่ชายหนุ่มกำลังถาม

“สงสารน้องธารจัง  แต่ก็ดีนะ”

เสียงบุษดีพูดเชิงสงสารแต่กลับมีสีหน้ายิ้มแย้มขึ้นมาทันทีเหมือนคนกำลังนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้

“ดีไงแก”

เมศินีถามด้วยความสงสัย

“ก็น้องถ้าน้องธารมีแฟนน้องธารก็จำแฟนตัวเองไม่ได้  ฉันก็คิดว่าเขาคงโสดแล้วฉันก็จะ..”

 

“งาบไปกิน..แทนใช่ไหม”

เสียงชายหนุ่มแทรกขึ้นมา

“อ๊าย ๆ  ทำไมแกว่าชั้นแบบนี้ชายโจ้  แต่คราวนี้ถูกใจชั้นเอาไปเลยเต็มสิบ”

“หึหึ ทำไม จะว่าไม่ได้  ฉันรู้ทันเธอเสมอยัยแม่ค้า”

“เห้อ ถ้าพวกแกสองคนเลิกทะเลาะกันวันไหน  วันนั้นฉํนคงเลิกเป็นทอมอะน่ะ”

สาวห้าวพูดขึ้น  ทำเอาน้ำชานึกขำกับคำพูดของเมย์  โดยที่วงสนทนายังคงมีต่อไปในค่ำคืนนี้ คงจะเป็นค่ำคืนที่ยาวนาน เคล้าคลอไปกับเสียงกีต้าร์ของชายหนุ่มข้างบ้านที่มีแสงจันทร์เป็นเสมือนดวงไฟ ในค่ำคืนที่ยาวนาน

 

 

“โหลค่ะ  น้ำตาลพูดค่ะ”

“นี่พี่น้ำชาที่ร้านกาแฟนะค่ะ  น้องยังสนใจร่วมงานกับพี่อยู่ไหมค่ะ”

เสียงปลายสายถามคนต้นสาย ที่กำลังยิ้มหน้าบาน เมื่อได้รับโทรศัพท์

“สนค่ะ ๆ”

“บ่ายนี้สะดวกเข้ามาหาพี่ไหมค่ะ”

“สะดวกค่ะ ๆ “

“แล้วเราค่อยเจอกันนะ”

“ค่ะ”

สิ้นเสียงขานรับปลายสายก็วางสายไป  หญิงสาวยิ้มด้วยความดีใจ  เธอจะได้งานแล้ว เสียงของตัวเธอเองยังคิดดีใจอยู่ภายใน 

                หญิงสาวจะรู้ไหมนะว่าลังจากนี้ต่อไปเรื่องราวดี ๆ กำลังเดินทางมาหา  เหมือนรอยยิ้มเล็ก ๆที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า  ทั้งความสุข  ความรักและวันดี ๆ กำลังรอเธออยู่จะนั้น
ปล.   ไม่ได้อัพนาน ไม่ว่างเลย
ตอนนี้อาจจะไม่สนุกค่ะ  ว่าจะไม่เอาลงแล้วแต่พิมพ์เสร็จแล้วก็ต้องเอาลงยากให้เรื่องมันเติมเต็ม
ตอนต่อ เลิฟอิน  ซัมเมอร์  รัก ณ ทะเล  วิ้ว....  จะได้พบกับตัวละครทั้งสามเรื่อง  หอมละมุน  ชามมิ่งบอย และเงารัก  เรื่องจะออกมาดีไหม555  ติดตามนะค่ะ  ตอนหน้าอาจจะยาว ๆ ๆ  และบรรยายๆ ๆ ๆ อาจะแบ่ง ๆ ใส่ในแต่ละเรื่องถ้าใครอ่านทุกเรื่องก็จะเข้าใจว่า  พิมพ์ไปพิมพ์มามั่งเอง  55555
ฝากทิ้งท้ายค่ะ  ถ้าพระเอกไม่ใช่โจ้(ถ้าใครเข้าใจอย่างนั้น)   แล้วใครอะที่เป็นพระเอก  5555  รออ่านนะค่ะ
ติกันเยอะ ๆ นะค่ะ  ^^

edit @ 9 May 2011 12:35:33 by skybear

Comment

Comment:

Tweet

น้องเฟิร์นกล้ากินไข่เจียวของพี่ยิ้มจริงอะ
ไข่เจียวพิเรนทร์ๆ ไหม้ๆ ดำปี๋เลยนะ
555+ พี่ก็คิดไปได้ตอนทำ คิดว่ามันต้องอร่อย
ที่ไหนได้ไหม้สนิทเลยคะ 555+big smile big smile
----------
สบายดีนะคะ
พี่ก็ยังติดตามรออ่านงานของเราเช่นเคยคะ
big smile big smile big smile
-------------------

#5 By YiM-YiiM on 2011-05-13 22:00

big smile big smile
ขอบคุณนะคะสำหรับคอมเม้น
big smile big smile
------------

#4 By YiM-YiiM on 2011-05-11 10:07

big smile big smile ขอบคุณมากนะค่ะ สำคอมเมันพี่ยิ้มและน้องแพลน big smile เป็นอีกหนึ่งกำลังใจดีๆ สู้ต่อ555

#3 By skybear on 2011-05-08 21:27

สนุกค่าาาา

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะค่าาา ส่วนด้าจะเลือกใครก็ต้องคอยติดตามนะคะ 555

#2 By i'm planing on 2011-05-08 13:37

Hot! Hot! Hot!

ใครบอกไม่สนุก สนุกออกคะ
พี่อ่านท่อนนี้แล้วชอบจัง

..หญิงสาวจะรู้ไหมนะว่าลังจากนี้ต่อไปเรื่องราวดี ๆ กำลังเดินทางมาหา เหมือนรอยยิ้มเล็ก ๆที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ทั้งความสุข ความรักและวันดี ๆ กำลังรอเธออยู่...

อ่านท่อนนี้แล้วรู้สึกดีจัง มีความสุขหง่า
ไม่รู้นะ พี่ยิ้มเป็นคนอ่านนิยาย บทความบางเรื่อง
ก็จะรู้สึกที่จะอินตามไปด้วย อธิบายไม่ถูก 555+
แต่นิยายน้องพี่อ่านแล้วรู้สึกดี น่ารักมากคะbig smile
--------

ขอบคุณนะคะที่แวะไปเยี่ยมยล็อกพี่เสมอ
จะติดตามอ่านต่อไปเรื่อยๆ คะbig smile big smile
----------------------

#1 By YiM-YiiM on 2011-05-08 11:51